ปทุมธานี.มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบสิ่งของพระราชทาน และมอบเงิน ให้กับผู้ประสบอัคคีภัย

วันที่28 เม.ย.63 ที่ ห้องประชุมโรงเรียนองค์การบริหารส่วนตำบลบึงคำพร้อย 1 (โรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธาราม) ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ให้จังหวัดพิจารณาการจ่ายเงินสำรองจ่ายของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ประจำจังหวัด ในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติกรณีต่าง ๆ เช่น อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย แผ่นดินไหว ฟ้าผ่า และภัยพิบัติอื่นๆ ที่ทำให้ประชาชนเสียชีวิตหรือได้รับความเดือดร้อน

แม้แต่เพียงรายเดียวหรือคนเดียว โดยพัฒนารูปแบบให้เหมาะสม และสามารถสนองพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชูปถัมภ์ แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ที่ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยในความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์การพิจารณา การจ่ายเงินสำรองจ่ายมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ประจำจังหวัด โดยมี ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดปทุมธานี

มอบหมายให้นายจรูญศักดิ์ สิงหเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี  รองประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดปทุมธานี มอบสิ่งของพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยจากเงินสำรองจ่ายของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ พร้อมด้วย นางจินดา สิงหเดช รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี นายสมชาย ลีหล้าน้อย หัวหน้างานป้องกันสาธารณะภัยจังหวัดปทุมธานี นางเบญจมาส แก่นเมือง  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี  นายกำพล  สิริรัตตนนท์ นายอำเภอลำลูกกา  สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัย จำนวน 3 หลัง ได้รับความเสียหายบางส่วน ที่หมู่ 4 หมู่บ้านฉัตรณรงค์   ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านของ  1.นายประจักษ์ แสนขุม  บ้านเลขที่ 49/461  2.นายทองสุข ทองราช  บ้านเลขที่ 49/462   3.นายสรณ์สิริ บุญตา บ้านเลขที่ 49/463   ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ

1.กรณีเกิดอัคคีภัย หากบ้านเรือนได้รับความเสียหายให้ดำเนินการการช่วยเหลือเบื้องต้นเพิ่มเติม โดยจัดซื้อเครื่องครัวเครื่องนอน ตามความเหมาะสม มอบแก่ผู้ประสบภัยทุกครอบครัว ภายในวงเงินไม่เกินครอบครัวละ 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน) 2. กรณีที่มีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย และไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการใด ให้พิจารณาใช้เงินสำรองจ่ายมูลนิธิฯ งานบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือในเรื่องที่อยู่อาศัยในกรณีฉุกเฉิน พร้อมจัดสิ่งของพระราชทาน ตามข้อ 1