บรมครูรับอาจารย์เขียว เทพทอง เป็นศิษย์สายนาฏศิลป์

วันที่ 27 ก.พ.62 ที่มูลนิธิฤาษีพระมุนี อ.ดอยสะเก็ต จ.เชียงใหม่  อาจารย์เขียว เทพทอง ได้เดินทางเข้าร่วมงานพิธีไหว้ครู นำโดย ท่านบรมครู สมบัติ แก้วสุจริต ท่านได้อ่านโองการไหว้ครู ตามสายนาฏศิลป์ โดยตรง พร้อมทั้ง รำถวายครู อีกทั้ง ได้ทำน้ำมนต์ รวมทั้งแป้งกระแจะ จุนเจิม เพื่อให้ลูกศิษย์ ทุกคนได้รับ สิ่งมงคลในพิธีกรรม จากนั้นท่านได้ให้อาจารย์และเหล่าศิษย์ สรงน้ำ เทพเทวดา พร้อมให้แป้งกระแจะจุนเจิมองค์เทพ ที่ประกอบในพิธี เพิ่มความเป็นสิริมงคล ตามศาสตร์ครูนาฏศิลป์

ครั้นเมื่อสรงน้ำเทวดา จุนเจิมแป้งเป็นที่เรียบร้อย ท่านบรมครู สมบัติ ได้ดำเนินการพิธี ครอบครู ได้เหล่าอาจารย์ในพิธี ให้ได้ถือขันครูเพื่อ ถวายให้กับบรมครูก่อน ทั้งนี้เพื่อถวายตัวเป็นศิษย์ ท่านบรมครู ได้รับขันครู แล้วจึงครอบเศียรครู ให้กับผู้เป็นศิษย์ ในแต่ละคน มีเศียรครูพ่อแก่ , เศียรครูพระพิราบ , เศียรครูโนรา , เศียรครูหนุมาน. แล้วเจิมแป้งที่หน้าผาก-ทักด้วยหญ้าแพรก-ใบมงคลทัดที่หู  ก่อนจะมอบวัตถุมงคล ให้กับผู้เป็นลูกศิษย์แต่ละท่าน

เพื่อเป็นที่ระลึก และความเป็นสิริมงคล ของศิษย์ เมื่อครอบครูจาก บรมครูสมบัติ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้ไปครอบครู จากท่านบรมครูประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว ผู้มีวิชชาทางด้านหนุมาน โดยท่านเป็นผู้คิดค้นทวงท่าหนุมาน ท่าลิง ต่างๆ ในวรรณคดี เพื่อใช้แสดงทางด้านโขน จนได้รับเป็นศิลปินแห่งชาติ อีกท่านหนึ่ง ถือได้ว่าผู้ที่ได้ครอบครู จากท่านบรมครูทั้งสองท่าน แล้วนั้น ครบถ้วนศาสตร์นาฏศิลป์ อย่างสมบูรณ์

ขอขอบคุณ ประธาน และ คณะกรรมการมูลนิธิฤาษีพระมุนี. ที่ได้เชิญเข้าร่วมงานไหว้ครู ของมูลนิธิ ในครั้งนี้ ทำให้อาจารย์ได้พบบรมครูทางด้านนาฏศิลป์ กรมศิลปากร คือ ท่านบรมครูสมบัติ แก้วสุจริต , บรมครูประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว ทำให้ทราบถึงพิธีกรรม ในการครอบเศียรครูนาฏศิลป์ แบบโบราณ ที่ท่านบรมครูทั้ง 2 ท่าน ได้สืบสาน

รักษาประเพณีวัฒนธรรมอันดี ที่มีมาแต่โบราณของไทย ให้ได้ถ่ายทอดกับรุ่นอาจารย์ ให้ได้รักษา ให้สถาพรสืบต่อไป ส่งต่อถึงรุ่นลูกหลาน เพราะเท่าที่อาจารย์ศึกษาทางด้านพระเวทย์มาจนอายุ 60 ปี การครอบเศียรครูที่แท้จริงนั้น มีเฉพาะคนที่เรียนทางด้านนาฏศิลป์ ของกรมศิลปากร หรือ มหาวิทยาลัย ที่สอนทางด้านศิลปากรเท่านั่น จึงจะไม่ผิดเพี้ยน ไม่ผิดตามจารีตประเพณีปฏิบัติ

ชีวประวัติโดยย่อ,,.อาจารย์ประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว ปัจจุบันอายุ 79 ปี เกิดเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๔ เนื่องจากได้เห็นการแสดงโขนลิงในงานวัดเกิดความประทับใจ และชอบมาก มีความต้องการเล่นโขนเป็นตัวลิง จึงไปศึกษาโรงเรียนนาฏศิลป์ โดยเลือกศึกษาประเภทโขนลิง จากความสนใจในการศึกษาและมีคงามสามารถในด้านการแสดง นายประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว จึงได้รับการสืบทอดและร่วมแสดงโขนกับครูกรี วรศะริน จนสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชานาฏศิลป์ชั้นสูง

ต่อมา ได้รับราชการในตำแหน่งศิลปินจัตวา กองการสังคีต กรมศิลปากร และได้เลื่อนตำแหน่งมาตามลำดับ ตำแหน่งสุดท้ายคือ ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลป นายประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว เป็นศิลปินที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการแสดงโขนลิงเป็นอย่างมาก จึงได้รับให้แสดงตั้งแต่ โขนลิง สิบแปดมงกุฎ สุครีพ , พาลี , หนุมาน แสดงเป็นหนุมานแทบทุกตอน อาทิ ตอนหนุมานอาสา ตอนหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา รวมทั้งได้แสดงละครและรำเบ็ดเตล็ด อาทิ รำกราวอาสา ในละครเรื่องมโนห์รา รำซัดชาตรี รำสี่ภาค รำเหย่อย รำโคม แสดงละครเรื่อง อานุภาพแห่งความรัก อานุภาพพ่อขุนรามคำแหง

นอกจากงานด้านการแสดงแล้วยังได้สร้างสรรค์ผลงานมากมาย อาทิ ประดิษฐ์ท่ารำฉุยฉายพาลี รำกราวทหารนเรศวร รำเพลงปลุกใจ ประดิษฐ์ท่าเต้นโขนลิงประกอบการแสดงเรื่องรามเกียรติ์ ของกรมศิลปากร ชุดโขนวานรพงศ์  ในงานพระราชพิธีพระเมรุพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตลอดจนเป็นผู้กำกับการแสดงโขน ชุดพิเภกสวามิภักดิ์ ณ โรงละครแห่งชาติ ครูผู้สอนโขนตัวลิง เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่นักศึกษาตามสถานศึกษาต่าง ๆ นายประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว เป็นศิลปินผู้ผดุงรักษาไว้ด้วยความงามตามแบบแผนของศิลปะการแสดงโขนที่มีบทบาทการแสดงโขนลิงทุกตัวในเรื่องรามเกียรติ์ โดยเฉพาะบทของหนุมานซึ่งไม่เผยใบหน้า ปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร และได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ – โขน) พุทธศักราช 2551