ไทย-ลาว MOU สร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 5 “บึงกาฬ-บอลิคำไซ” 3ปีเสร็จ

วันที่ 14 มิ.ย.2562 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายบุนจัน สินทะวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นประธานพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาล สปป.ลาว ว่าด้วยการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ)

โดยมี นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ คณะผู้บริหารกรมทางหลวง หัวหน้าหน่วยงาน เจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงฯ ในพื้นที่ นายแพง ดวงเงิน อธิบดีกรมขัวทาง สปป.ลาว และคณะ ร่วมพิธี ณ ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬวันที่ 4 มิถุนายน  2562 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กรมทางหลวง ดำเนินการโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 (บึงกาฬ–บอลิคำไซ) พร้อมทั้งอนุมัติการจัดทำและลงนามร่างความตกลงระหว่างรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่าด้วยการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) โดยได้มอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยลงนามความตกลง ทั้งนี้ ในส่วนของงบประมาณการก่อสร้างนั้น ฝ่ายไทยใช้เงินงบประมาณในการดำเนินโครงการแบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 2,553 ล้านบาท ค่าควบคุมงาน 77 ล้านบาท รวมค่างานที่ฝ่ายไทย ต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น 2,630 ล้านบาท ส่วนฝ่าย สปป.ลาว ใช้เงินกู้จากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 1,256 ล้านบาท ค่าควบคุมงาน 44 ล้านบาท รวมค่างานที่ฝ่าย สปป.ลาว ต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น 1,300 ล้านบาท รวมค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโครงการทั้งสิ้น 3,930 ล้านบาท คาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง ประมาณ 36 เดือนอธิบดีกรมทางหลวงกล่าวว่า สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ)  มีจุดเริ่มต้นโครงการที่บริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 222 (กม.123+430) อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ  และจุดสิ้นสุดโครงการที่กม.16+340.580 (จุดตัดถนนสาย 13) เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รูปแบบทางหลวงของโครงการเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร โดยจะมีช่องจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้าง 2.50 เมตร ในเขตทาง 60 เมตร โดยถนนฝั่งไทยยาว 12.13 กิโลเมตร และถนนฝั่งลาวยาว 2.86 กิโลเมตร รูปแบบสะพานข้ามแม่น้ำโขงเป็นแบบสะพานคานขึงคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง (Extradosed Prestress Concrete Bridge) ขนาด 2 ช่องจราจร มีไหล่ทางและทางเท้าโดยมีความยาวช่วงข้ามแม่น้ำโขง 810 เมตรและทางลาดขึ้นลงสะพานทั้งสองฝั่งรวมความยาวสะพานทั้งหมด 1,350 เมตร มีด่านควบคุม (Border Control Facilities, BCF) อยู่ทั้ง 2 ฝั่งประเทศ และจุดสลับทิศทางจราจรอยู่ในฝั่ง สปป.ลาวเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยกระตุ้นการขยายตัวด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และท่องเที่ยวระหว่างไทยกับลาว รวมถึงทำให้การขนส่งสินค้าจากไทยไปสู่ตลาดจีนตอนใต้คล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะ “ยางพารา” ที่เป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดบึงกาฬ ที่เปิดเส้นทางท่องเที่ยว 3 ประเทศ ใน 1 วัน “ไทย-ลาว-เวียดนาม” หลังการคมนาคมเชื่อมโยงถึงกันได้อีกด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าว่า นับจากนี้ไปอีกประมาณ 3 ปี ไทยจะมีเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงกับแขวงบอลิคำไซ และเมืองใกล้เคียงของ สปป.ลาว จะช่วยพัฒนาสภาพเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดบึงกาฬ เพราะสะพานมิตรภาพฯ แห่งนี้ นอกจากจะเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยกับ สปป.ลาว ที่มีอย่างยาวนาน ยังส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจบริเวณด่านชายแดนฝั่งจังหวัดบึงกาฬ และชายแดนฝั่งแขวงบอลิคำไซให้เป็นประตูการค้าที่สำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุนระหว่างสองประเทศให้มากขึ้น

พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา / รายงาน